728 x 90

Mitsubishi Outlander PHEV ฮิตทั่วโลก 200,000 คัน

  • In News
  • 4 มิ.ย. 2562
  • 268 Views
img

          Mitsubishi  มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ประกาศความสำเร็จของ Mitsubishi Outlander PHEV รถอเนกประสงค์ขับเคลื่อนด้วยระบบปลั๊กอินไฮบริด ด้วยยอดจำหน่ายทั่วโลกครบ 200,000 คัน นับตั้งแต่ออกจำหน่ายเป็นครั้งแรกในปี 2556 
          Mitsubishi Outlander PHEV เป็นยนตรกรรมชั้นนำของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีอันก้าวล้ำ ซึ่งความสำเร็จด้านยอดจำหน่ายสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของลูกค้าทั่วโลกที่มีต่อรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ส่งผลให้อุตสาหกรรมยานยนต์จำเป็นต้องทำการพลิกโฉมเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่
          หลังจากการเปิดตัวครั้งแรกที่ประเทศญี่ปุ่น Mitsubishi Outlander PHEV ได้ออกจำหน่ายในอีกกว่า 50 ประเทศทั่วโลก จนสามารถครองอันดับหนึ่งรถยนต์ประเภทปลั๊กอินไฮบริดที่ขายดีที่สุดในโลก เมื่อสิ้นสุดเดือนธันวาคมปี 2561*1 พร้อมกันนี้ยังครองอันดับหนึ่งรถยนต์ประเภทปลั๊กอินไฮบริดที่ขายดีที่สุดในยุโรปต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 4 ปี (ปี 2558 – 2561) *1 ซึ่งพิสูจน์แล้วถึงความโดดเด่นทั้งในด้านนวัตกรรม วิศวกรรม และเทคโนโลยีที่มีอยู่ใน Mitsubishi Outlander PHEV
         Mitsubishi Outlander PHEV ได้รับรางวัลจากหลากหลายสถาบันทั่วโลกในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา อาทิ “ยานยนต์ปลั๊กอินยอดเยี่ยมแห่งปี 2562” โดยนิตยสารคอมพานีคาร์แอนด์แวน สหราชอาณาจักร รางวัล “ยนตรกรรมอเนกประสงค์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยอดเยี่ยมแห่งปี 2562” โดยวารสารกรีนคาร์เจอร์นอล สหรัฐอเมริกา รางวัล “ยานยนต์แห่งปีของประเทศญี่ปุ่นประจำปี 2561-2562 สาขานวัตกรรมยอดเยี่ยม” และรางวัล “เทคโนโลยียนตรกรรมยอดเยี่ยมประจำปี 2557” จากการลงมติในที่ประชุมของสมาคมนักวิจัยและสื่อมวลชนสายยานยนต์ ประเทศญี่ปุ่น หรือ RJC
         ทั้งนี้ Mitsubishi Outlander PHEV รุ่นปี 2019*2 มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ต่ำลงในระดับ 40 กรัมต่อกิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC) และในระดับ 46 กรัมต่อกิโลเมตร (มาตรฐาน WLTP) และมีอัตราความประหยัดน้ำมันที่ 1.8 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC) และที่อัตรา 2.0 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร (มาตรฐาน WLTP) โดยมีอัตราการปล่อยค่าไอเสียเป็นศูนย์ในระยะทาง 54 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC) และ 45 กิโลเมตร (มาตรฐาน WLTP)
         พร้อมกันนี้ Mitsubishi Outlander PHEV รุ่นปี 2019 ได้รับการพัฒนาด้านระบบขับเคลื่อนและเทคโนโลยี รวมทั้งเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4 ลิตร ใหม่ ที่มีประสิทธิภาพในการประหยัดเชื้อเพลิง รวมทั้งแบตเตอรี่ที่สามารถเก็บประจุไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 และสามารถจ่ายไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 มอเตอร์ไฟฟ้าด้านหลังที่มีสมรรถนะเพิ่มขึ้นร้อยละ 17 และโหมดการขับขี่ใหม่ ที่มีให้เลือกเพิ่มขึ้นทั้งแบบสปอร์ตและแบบขับขี่บนหิมะ