728 x 90

Mitsubishi Pajero Sport แนบแน่นในสมรรถนะที่ปลอดภัย

  • In New car
  • 25 ธ.ค. 2561
  • 135 Views
img

          จากการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ต มีความเกี่ยวข้องกับรถอเนกประสงค์ขับเคลื่อน 4 ล้อยุคใหม่ Mitsubishi Pajero Sport อย่างไร คำตอบ คือ มีความเกี่ยวข้องกันอย่างแนบแน่นโดยเฉพาะในด้านสมรรถนะและความปลอดภัย
          สมรรถนะที่มาพร้อมความปลอดภัยและความทนทาน คือ กุญแจสำคัญสู่ชัยชนะในการแข่งขัน แบบแรลลี่ ถือเป็นบททดสอบสำคัญในด้านสมรรถนะ ประสิทธิภาพ ความปลอดภัย ความแข็งแกร่ง และความทนทาน นวัตกรรมที่เกิดขึ้นจากการวิจัยและพัฒนา ควบคู่กับการทดสอบเทคโนโลยีต่างๆ ในรถแข่งเหล่านี้ถูกต่อยอดด้านวิศวกรรมยานยนต์เพื่อถ่ายทอดสู่ยนตรกรรมที่ออกจำหน่ายในท้องตลาดอย่าง Mitsubishi Pajero Sport


 
          Mitsubishi Pajero พิสูจน์แล้วถึงความสำเร็จทั้งในด้านยอดจำหน่ายและในสนามแข่ง ด้วยสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม จึงถูกนำไปทดสอบในการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตระดับมืออาชีพ โดยการร่วมแข่งขันแรลลี่ข้ามประเทศที่หฤโหดที่สุดในโลกเป็นครั้งแรก Mitsubishi Pajeroร ที่ผ่านการปรับแต่งเพียงเล็กน้อยจบการแข่งขันระยะทาง 10,000 กิโลเมตรในอันดับที่ 11 ประเภทโอเวอร์ออล จากรถที่เข้าร่วมแข่งขันทั้งหมดกว่า 100 คัน ก่อนจะคว้าชัยชนะอย่างรวดเร็วในประเภทโอเวอร์ออลในการลงแข่งขันครั้งที่ 3 ในปี 2528
          Mitsubishi มอเตอร์ส ลงแข่งขันในรายการดังกล่าวอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 25 ปี โดยกวาดชัยชนะทั้งหมด 12 ครั้งจากทั้งหมด 26 ครั้งที่เข้าร่วมการแข่งขัน (คว้าชัยชนะ 7 ครั้งติดต่อกันในปี 2544 – 2550) และด้วยสถิติอันน่าทึ่งนี้ทำให้ มิตซูบิชิ ปาเจโร ได้รับฉายาว่าเป็น “ราชาแห่งทะเลทราย” อีกทั้งยังได้รับการบันทึกจากกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด ว่าเป็น “บริษัทผู้ผลิตที่คว้าชัยชนะการแข่งขันดาการ์แรลลี่มากที่สุด”
สมรรถนะแห่งชัยชนะทั้งบนถนนจริงและในสนามแข่ง
          หนึ่งในคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่ทำให้ Mitsubishi Pajero ทรงพลังและเปี่ยมด้วยสมรรถนะ คือระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ทั้งนี้ข้อมูลทางเทคนิคและองค์ความรู้ที่ได้จากสนามแข่งได้รับการถ่ายทอดสู่การผลิตรถยนต์ของ Mitsubishi มอเตอร์ส ในเวลาต่อมา เพื่อให้ลูกค้าได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ อย่างไรก็ตาม ความสะดวกสบายและความหรูหราก็มีความสำคัญเช่นกัน บางคนอาจคาดไม่ถึงว่า Mitsubishi Pajero Sport จะมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบเดียวกับรถที่ใช้ในการแข่งขัน ซึ่งแตกต่างและมีลักษณะการใช้งานที่ไม่เหมาะกับการในชีวิตประจำวัน


 
          Mitsubishi มอเตอร์ส ใช้ระบบคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีอิเลกทรอนิกในการปรับจูนระบบสมรรถนะเพื่อรองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ยังปรับตั้งโปรแกรมระบบขับเคลื่อนเพื่อให้เหมาะสมกับการขับขี่ในชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น ทั้งเส้นทางในเมือง ถนนทางไกล หรือ เส้นทางลูกรังในชนบท ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II ของ Mitsubishi มอเตอร์ส ซึ่งเป็นการผสมผสานระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบฟูลไทม์และพาร์ทไทม์เข้าไว้ด้วยกัน ใช้ตัวควบคุมไฟฟ้าที่ช่วยปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่แทนที่การควบคุมด้วยมือ
          โหมดการขับขี่ 4 รูปแบบ ดังนี้  2WD High-Range โหมด 2H ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ – ระบบขับเคลื่อนล้อหลังช่วยลดแรงเสียดทานของชิ้นส่วนกลไกที่ไม่จำเป็นบนถนนลาดยางเพื่อให้มีความประหยัดน้ำมันสูงสุด 4WD High-Range โหมด 4H ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ – ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อสำหรับใช้งานบนพื้นถนนที่เปียกลื่น พละกำลังจะกระจายสู่ล้อหน้า-หลังแบบ 40-60 โดยบนถนนทั่วไป พละกำลังจะกระจายแบ่งเป็น 50-50 ระบบ Torque-Sensitive Type เพิ่มสมรรถนะการยึดเกาะและความปลอดภัยด้วยการทำงานในแบบ 4 ล้อแบบฟูลไทม์ (Full Time All Wheel Control) 4WD High-Range with Locked Transfer โหมด 4HLc ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตราทดความเร็วสูง  ระบบเฟืองท้ายกลาง (Center Differential Locked) มอบการขับขี่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นบนพื้นถนนที่ปกคลุมด้วยหิมะและลื่นไถลมาก รวมถึงบนพื้นทรายและพื้นผิวถนนที่ขรุขระแบบอื่นๆ โดยมีการกระจายกำลังขับเคลื่อนสู่ล้อทั้ง 4 เท่ากัน 4WD Low-Range with Locked Transfer โหมด4LLc ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตราทดความเร็วต่ำ ใช้เกียร์อัตราทดความเร็วต่ำและล็อกเฟืองท้ายกลางเมื่อต้องใช้แรงบิดมากขึ้นเพื่อฟันฝ่าอุปสรรคบนเส้นทางที่มีก้อนหินใหญ่หรือดินโคลน
          

         
          นอกจากนี้ ระบบ Super Select 4WD-II ยังมาพร้อมโหมดออฟโรด (Off-Road) ที่ยกระดับการยึดเกาะผ่านการปรับตั้งค่าในโหมดออฟโรดหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Gravel, Mud/Snow, Sand หรือ Rock แต่ละโหมดมีการทำงานของเครื่องยนต์และเบรกที่แตกต่างกันเพื่อเพิ่มสมรรถนะและการยึดเกาะสูงสุด โหมดที่ถูกเลือกจะปรากฏขึ้นบนหน้าจอแสดงผล นอกจากนี้ คุณสมบัติที่โดดเด่นของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อยังรวมถึงระบบล็อกเฟืองท้าย (Rear Differential Lock) ที่ทำงานประสานกับตัวล็อกเฟืองท้ายกลางซึ่งเป็นระบบที่ติดตั้งอยู่ในรถเอสยูวีไม่กี่รุ่นในท้องตลาด เมื่อระบบนี้ทำงานจะล็อกเฟืองท้าย ทำให้มีการกระจายพละกำลัง 50-50 ไปสู่ล้อหลัง ถือเป็นระบบที่มีความสำคัญต่อการขับขี่บนทางออฟโรดที่มีความท้าทายสูง
          Mitsubishi Pajero Sport ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์รหัส 4N15 เครื่องยนต์ดีเซลบล็อกอลูมิเนียม VG Turbo ขนาด 4 สูบแถวเรียง ความจุ 2.4 ลิตร MIVEC มีพละกำลัง 181 แรงม้าที่ 3,500 รอบต่อนาที แรงบิด 430 นิวตันเมตรที่ 2,500 รอบต่อนาที ซึ่งมีอัตราส่วนพละกำลังต่อความจุสูงที่สุดในระดับเดียวกันอยู่ที่ 74 แรงม้าต่อลิตร และ 176 นิวตันเมตรต่อลิตร ติดตั้งเทอร์โบแปรผันที่มีน้ำหนักเบากว่าเพื่อการตอบสนองที่รวดเร็วยิ่งขึ้น อัตราเร่งและพละกำลังจึงพร้อมใช้งานได้ดังใจ ไม่ว่าจะเป็นการฟันฝ่าจราจรในเมืองหรือการขับขี่บนถนนทางไกล และแม้กระทั่งบนเส้นทางออฟโรด นอกจากนี้ยังเพิ่มความประหยัดน้ำมัน พร้อมกับลดเสียงรบกวน แรงสั่นสะเทือน และแรงสะท้าน (NVH) ลงอีกด้วย



          พละกำลังจากเครื่องยนต์ 4N15 ถูกถ่ายทอดลงพื้นด้วยระบบขับเคลื่อนล้อหลังเป็นหลักผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด อัตราทดเกียร์ที่มากขึ้นทำให้พละกำลังของเครื่องยนต์ถูกใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าเดิม มอบอัตราเร่งที่ไหลลื่นและการบริโภคน้ำมันที่ต่ำ นอกจากนี้ยังมีระบบ INC (Idling Neutral Control) ซึ่งช่วยลดการสูญเสียพลังงานภายในตัวเครื่องยนต์อันเกิดจากแรงฉุดของทอร์กคอนเวอร์เตอร์เมื่อตัวรถหยุดนิ่งและเกียร์อยู่ในตำแหน่ง D จึงช่วยเพิ่มความประหยัดน้ำมันอีกทางหนึ่ง


   
          Mitsubishi Pajero Sport ยังมีระบบความปลอดภัยที่ครบครันเพื่อรองรับสมรรถนะที่เหนือชั้น เมื่อเทียบกับปาเจโรตัวแข่ง ระบบความปลอดภัยเหล่านี้ถูกพัฒนาให้เป็นเหมือนผู้ช่วยผู้ขับขี่โดยไม่ส่งผลต่อประสบการณ์การขับขี่ในภาพรวม เทคโนโลยีความปลอดภัยเชิงรุกเพื่อการป้องกันมีดังนี้ ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM) ใช้คลื่นสัญญาณเรดาร์คลื่นความถี่ระดับมิลลิเมตรในการประเมินระยะห่างกับรถคันหน้าและตรวจจับการชน ระบบนี้จะช่วยหลีกเลี่ยงการชนหรือบรรเทาความเสียหายจากการชนด้วยการเตือนเตือนผู้ขับขี่และสั่งการระบบเบรกของตัวรถ ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะเมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็ว (UMMS) ช่วยหลีกเลี่ยงการเร่งโดยไม่ตั้งใจขณะรถหยุดนิ่งหรือที่ความเร็วไม่เกิน 10 กม.ต่อชม. เซ็นเซอร์อัลตราโซนิคจะตรวจจับสิ่งกีดขวางด้านหน้าหรือด้านหลัง และจะตัดกำลังของเครื่องยนต์พร้อมกับแจ้งเตือนด้วยเสียงถ้าระบบตรวจจับว่าผู้ขับขี่มีการเร่งอย่างกะทันหันหรือรุนแรงขณะที่ยังมีสิ่งกีดขวางอยู่ในเส้นทางของรถ


 
          ระบบเตือนบริเวณจุดอับสายตา (BSW) เซ็นเซอร์อัลตราโซนิคที่ติดตั้งอยู่บนกันชนจะตรวจจับบริเวณมุมของตัวรถ สัญลักษณ์แจ้งเตือนจะปรากฏบนกระจกมองข้างของแต่ละฝั่งถ้าตรวจจับว่ามียานพาหนะอยู่ใกล้ในมุบอับสายตา กล้องมองภาพรอบคัน (Multi Around Monitor) ทำงานด้วยด้วยกล้อง 4 ตัวที่ติดตั้งอยู่ด้านซ้ายและขวา รวมถึงด้านหน้าและหลังของตัวรถเพื่อให้ผู้ขับขี่ได้เห็นภาพมุมสูงว่ามีสิ่งกีดขวางอยู่รอบคันรถหรือไม่ ภาพด้านหลังตัวรถจะแสดงขึ้นพร้อมกับเส้นกะระยะเพื่ออำนวยความสะดวกในการถอยจอด ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (Active Stability and Traction Control) ทำงานเพื่อรักษาเสถียรภาพของตัวรถด้วยการควบคุมพละกำลังเครื่องยนต์และเบรกเมื่อตรวจจับพบว่าตัวรถสูญเสียการควบคุมหรือล้อใดล้อหนึ่งมีการลื่นไถล นอกจากนี้ยังป้องกันการหมุนฟรีของล้อเพื่อเพิ่มสมรรถนะและการยึดเกาะ
          ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA) – ป้องกันไม่ให้รถเคลื่อนถอยหลังบนทางลาดชัน ระบบนี้จะสั่งการให้เบรกทำงานเป็นเวลา 2 วินาทีหลังจากผู้ขับขี่ยกเท้าออกจากแป้นเบรกเพื่อมาเหยียบคันเร่งบนทางลาดชัน ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน (HDC) – สั่งการให้เบรกทำงานโดยอัตโนมัติเพื่อรักษาความเร็วรถขณะลงทางลาดชันให้อยู่ระหว่าง 2 – 20 กม.ต่อชม. เพื่อเพิ่มการยึดเกาะและการควบคุมสูงสุด ทำให้ผู้ขับขี่มีสมาธิอยู่ที่การควบคุมพวงมาลัยลงทางลาดชันโดยเฉพาะบนเส้นทางที่เปียกลื่น


   
          สำหรับเทคโนโลยีความปลอดภัยเพื่อการปกป้องประกอบด้วยถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง ได้แก่ ถุงลมนิรภัยคู่หน้าและด้านข้างสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ถุงลมนิรภัยบริเวณหัวเข่าของผู้ขับขี่ และม่านนิรภัยที่ปกป้องครอบคลุมเบาะแถวที่สาม นอกจากนี้ ยังมีโครงสร้างตัวถังนิรภัยเหล็กกล้า (RISE) ที่ผลิตขึ้นจากเหล็กที่มีความแข็งแรงและมีแรงดึงสูง เพื่อสร้างคุณสมบัติการดูดซับแรงกระแทกจากทุกทิศทาง ซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายกับโครงเหล็กนิรภัยที่ใช้ในรถแข่งของ Mitsubishi มอเตอร์ส


   
          ขณะเดียวกัน Mitsubishi Pajero Sport ยังมีคุณสมบัติเพิ่มเติมที่นอกเหนือจากด้านสมรรถนะและความปลอดภัย ด้วยการเพิ่มความสะดวกสบายและความหรูหราเพื่อตอบสนองกลุ่มผู้ขับขี่ทั่วไป ด้วยฟังก์ชั่นที่โดดเด่นกว่ารถเอสยูวีทีได้รับความนิยมทั่วไป อาทิ ระบบ ล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control) ซึ่งรักษาระยะห่างจากรถคันหน้า เมื่อรถคันหน้าชะลอความเร็วหรือหยุดรถ ระบบนี้จะช่วยรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยไว้ได้ 
          นอกจากนี้ยังมีระบบความอำนวยความสะดวกและปลอดภัยอัจฉริยะ (ETACS) ที่ควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในตัวรถ ทั้งใบปัดน้ำฝนปรับความเร็วอัตโนมัติ ระบบหน่วงเวลาเปิด-ปิดระบบไฟฟ้า ระบบไฟหน้าอัตโนมัติ ระบบสัญญาณไฟเลี้ยวเพื่อเปลี่ยนเลน ระบบเตือนลืมปิดไฟหรี่ ระบบสัญญาณไฟกระพริบเมื่อหยุดรถฉุกเฉิน ระบบล็อกประตูรถอัตโนมัติตามความเร็ว ระบบไฟนำทางหลังดับเครื่องยนต์และเมื่อกดรีโมท ระบบกุญแจนิรภัยและกุญแจอัจฉริยะ


   
          Mitsubishi Pajero Sport คือหนึ่งในตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของการถ่ายทอดความสำเร็จจากสนามแข่งสู่ยานยนต์แห่งชัยชนะ ทั้งสมรรถนะ ความปลอดภัย และเทคโนโลยีถูกถ่ายทอดผ่านเอกลักษณ์การออกแบบ “Dynamic Shield” ด้วยการผสานสปิริตแห่งการผจญภัยเข้ากับความมุ่งมั่นท้าทายของการออกแบบและเทคโนโลยี Mitsubishi Pajero Sport มาพร้อมกับดีไซน์ที่โดดเด่นและสมรรถนะที่เหนือชั้น เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ลูกค้าและมุ่งสู่ทุกความสำเร็จในชีวิต สอดคล้องกับกลยุทธ์แบรนด์ระดับโลก “Drive your Ambition” ของ Mitsubishi มอเตอร์ส